สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน(17 พ.ค.) ครูสอนโยคะวัย ขำขำ 93 ปี Tao Porchon-Lynch เมืองนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกาและแม้ว่าเธอจะมีอายุมากแล้ว แต่ร่างกายของเธอยังแข็งแรงได้สัดส่วน แต่มีความยืดหยุ่นไม่แพ้หนุ่มสาวเธอได้รับการจดสถิติจากกินเนสบุ๊กว่าเป็น ขำขำ ครูสอนโยคะที่มีอายุมากที่สุดในโลก
รายงานระบุว่า เธอเริ่มต้นมีความสนใจฝึกโยคะตั้งแต่อายุ 8 ขวบ จนถึงปัจจุบันเธอมีอาชีพเป็นครูสอนโยคะเป็นเวลากว่า 61 ครูสอนโยคะ ปี และเธอจะสอนโยคะจนถึงวินาทีสุดท้ายในชีวิตของเธอ
สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน(17 พ.ค.) ครูสอนโยคะวัย ครูสอนโยคะ 93 ปี Tao Porchon-Lynch เมืองนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกาและแม้ว่าเธอจะมีอายุมากแล้ว แต่ร่างกายของเธอยังแข็งแรงได้สัดส่วน แต่มีความยืดหยุ่นไม่แพ้หนุ่มสาวเธอได้รับการจดสถิติจากกินเนสบุ๊กว่าเป็น ครูสอนโยคะที่มีอายุมากที่สุดในโลก
รายงานระบุว่า เธอเริ่มต้นมีความสนใจฝึกโยคะตั้งแต่อายุ 8 ขวบ จนถึงปัจจุบันเธอมีอาชีพเป็นครูสอนโยคะเป็นเวลากว่า 61 ปี และเธอจะสอนโยคะจนถึงวินาทีสุดท้ายในชีวิตของเธอ
ดูเหมือนแพทย์แผนปัจจุบันจะปฏิเสธไม่ได้กับนิยามของโยคะโบราณนี้ทิศทางล่าสุดได้ยอมรับสมุฏฐานของโรคแบบองค์รวม แทนที่จะมองโลกแบบแยกเป็น อวัยวะ เนื้อเยื่อ เซลล์ แบบเดิมซึ่งกลายเป็นเพียงจุกเล็กๆ ของกระบวนการทางชีวเคมีกระบวนการทางชีวฟิสิกส์ที่ปรับเปลี่ยนไปอย่างไม่มีวันสิ้นสุดของระบบของเหลวในร่างกายส่วนของจิตที่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงของกลไกภายในก็เริ่มได้รับความสนใจมากขึ้นๆ
ในอีกด้านหนึ่ง แพทย์ทางด้านกายภาพก็ไม่เพียงนำมาซึ่งคุณค่าของการควบคุม คุณค่าของการออกกำลังกาย แต่งานล่าสุดยังได้สถาปนาความสำคัญของอวัยวะภายในที่แข็งแรง ที่สามารถทำหน้าที่ตามปกติ ไม่เพียงทางด้านกลไกประสาทกล้ามเนื้อเท่านั้น แต่เป็นของร่างกายโดยรวม
ที่น่าสนใจก็คือ วิถีและเครื่องมือที่แนะนำอยู่ในโยคะที่มีมาแต่โบราณนั้น ระบุแนวทางดังที่แพทย์แผนปัจจุบันเพิ่งจะค้นพบ เราจะมาพิจารณาประเด็นนี้อีกครั้งเมื่อพูดถึงเรื่องอาสนะ มุทรา และเทคนิคโยคะอื่นๆ ที่มีผลในการป้องกันและการรักษาโรค
ในตอนนี้เราคงให้ความสนใจเรื่องการพัฒนาทัศนคติที่เหมาะสมในโยคะเพื่อการป้องกันโรค และโยคะบำบัด
โยคะทั้งหลายล้วนมีเป้าหมายเพื่อทำจิตใจให้สงบเพราะมนุษย์จะค้นพบตัวตนที่แท้จริงภายในได้ก็ต่อเมื่อจิตมีความสงบเท่านั้น จิตที่ยังคงไม่สงบ คิดต่างๆ นานา ไม่ว่าจะเป็นการคิดที่มีประสิทธิภาพหรือจิตที่ฟุ้งซ่านล้วนไม่สามารถที่จะรับรู้ธรรมชาติของสัจธรรมได้ทั้งนั้น
ในความเชื่อของโยคะ จิตและสสารล้วนมาจากสิ่งเดียวกัน มาจากพลังอย่างเดียวกัน ครูสอนโยคะ มันเป็นเพียงแง่มุม 2 ด้าน ที่แม้เรารับรู้ว่าเป็น 2 อย่าง แต่ก็เป็นหนึ่งเดียวกันมันมาจากแก่นเดียวกันที่ดำรงอยู่ชั่วนิรันดร์ ดังนั้น การที่เรารับรู้ถึงความเป็นสอง จึงเป็นเพียงการตีความ ซึ่งบิดเบือนไปด้วยกิเลสที่มีการสั่งสมมาอย่างยาวนาน โดยเฉพาะกิเลสตัวหลักอันได้แก่ อวิชชา หากอวิชชายังไม่ถูกขจัด เราก็ไม่สามารถเข้าใจกฎอันจริงแท้ หรือฤทธิ์ของโลกแห่งปรากฏการณ์นี้
สปิโนซากล่าวไว้ว่า จิตที่เข้าใจพลังของจิตเองเข้าใจกฎเกณฑ์ของธรรมชาติได้มากขึ้น คือจิตที่สามารถปลดปล่อยตัวมันเองจากสิ่งที่ไม่เป็นประโยชน์ได้มากขึ้นซึ่งก็เป็นเรื่องเดียวกับโยคะ
ขณะที่โยคะบางระบบพยายามที่บรรลุถึงจิตที่สงบโดยผ่านทางวาสนากษัย หรือการขจัดวาสนาออกไปโยคะในกลุ่มนี้ได้แก่ ญาณโยคะ ภักดีโยคะ กรรมะโยคะ และฌานโยคะ
กลุ่มหลังนี้เรียกว่า ศักดิโยคะ หรือกุณฑาลินีโยคะเพราะเป็นเรื่องของการปลุกพลังกุณฑาลินี พลังงานที่เชื่อว่านอนเนื่องอยู่ภายในตัวมนุษย์ทุกคน
ทั้ง 2 กลุ่มนี้ เรียกตามโบราณว่ามหาโยคะแน่นอนโยคะทั้ง 2 กลุ่มนี้ไม่ได้แยกขาดออกจากกัน และในทางปฏิบัติ การฝึกโยคะก็เป็นการผสมผสานระหว่างวิธีของ 2 กลุ่มนี้
กระทั่งในปตัญชลีโยคะสูตรก็ให้ความสำคัญมายังองค์ประกอบที่เชื่อมโดยงกันของทั้ง 2 ส่วนนี้ โดยพยายามจัดการกับปัญหาของการทำจิตให้สงบจากมุมมองของกลไกกาย-จิตสัมพันธ์ ดังนั้น สำหรับปตัญชลีกิเลสมิใช่เป็นเพียงเรื่องกายล้วนๆ หรือเรื่องจิตล้วนๆ มันเป็นกลไกกาย-จิตสัมพันธ์ และวิธีจัดการที่ดีที่สุดคือต้องจัดการทั้ง 2 ส่วนคู่กัน ซึ่งทำให้เราเข้าใจว่า ทำไมปตัญชลีจึงแนะนำ ครูสอนโยคะ ยมะ ครูสอนโยคะ นิยมะ เป็นขั้นตอนการฝึกเบื้องต้น และต่อด้วยอาสนะกับปราณายามะ
เมื่อการผูกติดของจิตกับกิเลสอ่อนกำลังลงด้วยการปฏิบัติที่เรียกว่ากิริยาโยคะแล้ว จึงฝึกต่อด้วยขั้นตอนถัดไป อันได้แก่ ฌาน เป็นการปฏิบัติทางจิต ซึ่งจะฝึกได้ง่ายขึ้นเพราะได้ปฏิบัติ 4 ขั้นแรกก่อนหน้าปตัญชลีระบุถึงกิเลสไว้ 5 ขำขำ ประการ ได้แก่ อวิชชา ความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนต่อสัจธรรม อัสมิตา หรือความรับรู้ถึงความเป็นอัตตา ราคะ ความยึดติด ขำขำ โทสะ ความโกรธ และอภินิเวสายะ การมองความเป็นตนที่ผิดไปจากความผิดจริง โดยในการจัดการกิเลสเบื้องต้น ไม่ใช่อวิชชาหรืออัสมิตา แต่ควรจัดการที่ราคะ โทสะ ซึ่งเปรียบได้กับการที่เราควรลิดกิ่งก้านที่มีอยู่มากมายก่อนที่จะโค่นต้นไม้ลง